คุณไม่ได้ขาดเว็บไซต์ คุณขาดที่ที่ราคาอยู่ให้คนเห็น ออเดอร์ที่มาครบตั้งแต่รอบแรก และวิธีรับเงินที่คนไทยจ่ายจริงอยู่แล้ว คือโอนแล้วส่งสลิป กับเก็บเงินปลายทาง
Sailo team4 นาทีในการอ่าน
"อันนี้ยังมีอยู่ไหมคะ" เข้ามาสี่ทุ่มครึ่ง คุณเห็นตอนหกโมงเช้า พอตอบกลับไปว่ามีค่ะ ตัวละ 390 เขาอ่านแล้วเงียบ
นั่นไม่ใช่ปัญหาว่าคุณไม่มีเว็บไซต์ นั่นคือปัญหาว่าราคาไม่ได้อยู่ตรงที่คนเห็น เขาเลยต้องทักมาถาม และพอทุกคนต้องทักมาถาม งานตอบแชทก็กลายเป็นคอขวดของร้านคุณไปโดยที่คุณไม่ทันรู้ตัว
คำตอบสั้น ๆ ก่อน คุณไม่ต้องมีเว็บไซต์ก็ขายของออนไลน์ในไทยได้ สิ่งที่ต้องมีจริง ๆ มีสามอย่าง หนึ่ง ที่ที่ลูกค้าเห็นของกับราคาได้เองโดยไม่ต้องถาม สอง วิธีรับออเดอร์ที่ได้ชื่อ เบอร์ ที่อยู่ ตัวเลือก และยอดรวมครบตั้งแต่รอบแรก สาม วิธีรับเงินที่ลูกค้าคุ้นพอจะจ่ายโดยไม่ลังเล เว็บไซต์เป็นแค่หนึ่งในวิธีที่ทำสามอย่างนี้ได้ ไม่ใช่วิธีเดียว และถ้าคุณยังขายไม่ถึงห้าสิบออเดอร์ต่อเดือน มันมักไม่ใช่วิธีที่ถูกที่สุดด้วย
ใหม่ขายเดรสมือสองคัดพิเศษอยู่เชียงใหม่ ตัวละ 390 บาท เดือนแรกเธอลงรูปในเฟซบุ๊กแล้วให้คนแอดไลน์มาคุย ได้ 11 ออเดอร์ เดือนที่สี่เธอได้ 74 ออเดอร์ ของยังเป็นของเดิม รูปยังถ่ายด้วยมือถือเครื่องเดิม สิ่งที่เปลี่ยนคือเธอเลิกให้คนต้องถามราคา และเธอเลิกจดที่อยู่ลงในสมุด
เรียงลำดับผิดคือสาเหตุที่คนส่วนใหญ่หมดแรงก่อนจะขายได้ คนมักไปเริ่มที่ข้อสาม คือไปหาช่องทางรับเงินก่อน ทั้งที่ปัญหาจริงอยู่ที่ข้อหนึ่ง
ข้อหนึ่ง ราคาต้องอยู่ตรงที่คนเห็น ทุกครั้งที่ลูกค้าต้องพิมพ์คำว่า "เท่าไหร่คะ" คุณเสียคนไปส่วนหนึ่งเสมอ ไม่ใช่เพราะเขาไม่ชอบของ แต่เพราะเขาต้องรอ และระหว่างรอเขาก็เลื่อนฟีดต่อไปเจออย่างอื่น
ข้อสอง ออเดอร์ต้องมาครบในรอบเดียว ถ้าคุณต้องถามกลับสามรอบกว่าจะได้ที่อยู่ครบ ทุกออเดอร์กินเวลาคุณสิบห้านาที ห้าออเดอร์ต่อวันคือหนึ่งชั่วโมงกว่าที่หายไปกับการพิมพ์ว่า "ขอที่อยู่ด้วยนะคะ"
ข้อสาม เงินต้องเข้าโดยที่คุณไม่ต้องตามทวง ในไทยมีสองทางที่คนใช้จริง คือโอนแล้วส่งสลิป กับเก็บเงินปลายทาง ทั้งสองทางไม่ต้องใช้เว็บไซต์เลย
พอเรียงแบบนี้จะเห็นว่าไม่มีข้อไหนที่ต้องมีเว็บไซต์ถึงจะทำได้
เรื่องนี้เถียงกันมานานในกลุ่มแม่ค้าออนไลน์ ฝั่งหนึ่งบอกว่าไม่ลงราคาแล้วคนทักเยอะ ได้คุย ได้เชียร์ ปิดการขายได้มากกว่า อีกฝั่งบอกว่าลงราคาไปเลย คนที่ทักมาคือคนที่จะซื้อจริง
ทั้งสองฝั่งพูดถูกคนละสถานการณ์ ถ้าคุณขายของชิ้นละหมื่นห้า และคุณมีเวลานั่งคุยกับลูกค้าทีละคน การไม่ลงราคาแล้วให้คนทักมาก็สมเหตุสมผล แต่ถ้าคุณขายเดรสตัวละ 390 แล้ววันหนึ่งมีคนทักมาสี่สิบคน คุณกำลังเอาเวลาห้าชั่วโมงไปแลกกับยอดที่ราคาไม่ได้สูงพอจะคุ้ม
เกณฑ์ที่ใช้ตัดสินใจได้จริงคือ ราคาต่อชิ้นของคุณคุ้มกับเวลาคุยสิบนาทีไหม ถ้าไม่คุ้ม ลงราคาไปเลย
สิ่งที่ต้องอยู่คู่กับราคาเสมอ มีสี่อย่าง
ข้อสุดท้ายสำคัญกว่าที่คิด ลูกค้าที่กดสั่งไซซ์ที่หมดไปแล้ว แล้วต้องมาเจอคุณบอกทีหลังว่าไม่มี คือลูกค้าที่ไม่กลับมาอีก และเขาจะจำร้านคุณในฐานะร้านที่ลงของที่ไม่มี
ลองนับดูว่าเวลาลูกค้าทักมาว่า "เอาอันนี้ค่ะ" คุณต้องถามอะไรกลับบ้าง ชื่อผู้รับ เบอร์โทร ที่อยู่พร้อมรหัสไปรษณีย์ ไซซ์หรือสี จำนวน จะโอนหรือปลายทาง ส่งขนส่งไหน
เจ็ดอย่าง ในแชทที่ลูกค้าตอบทีละบรรทัดโดยเว้นช่วงครั้งละยี่สิบนาที
วิธีที่แม่ค้าส่วนใหญ่ในไทยใช้กันคือส่งฟอร์มให้ก๊อป
ชื่อผู้รับ:
เบอร์โทร:
ที่อยู่ (พร้อมรหัสไปรษณีย์):
สินค้า / ไซซ์ / สี:
จำนวน:
โอน หรือ ปลายทาง:
ได้ผลดีกว่าถามทีละอย่างมาก แต่มีจุดอ่อนสองข้อ ข้อแรก ลูกค้าประมาณหนึ่งในสี่จะข้ามรหัสไปรษณีย์ ข้อสอง ตัวเลขที่ลูกค้าพิมพ์เอง คุณต้องคูณเอง บวกค่าส่งเอง และในวันที่มีสามสิบออเดอร์ คุณจะบวกผิดอย่างน้อยหนึ่งครั้ง
ทางที่ดีกว่าคือให้ระบบเป็นคนถามและคนคำนวณ ลูกค้ากดเลือกของ กดเลือกไซซ์ กรอกที่อยู่ในช่องที่บังคับให้กรอกครบ แล้วออเดอร์ค่อยเด้งมาหาคุณเป็นก้อนเดียว มีทุกอย่างครบ นี่คือส่วนที่หน้าร้านออนไลน์ทำแทนคุณได้จริง ๆ ไม่ใช่เรื่องความสวย
สิ่งที่ทำให้ร้านโตไม่ใช่แชทที่เร็วขึ้น แต่คือแชทที่ไม่ต้องเกิดขึ้นเลย
ก่อนจะไปพูดถึงบัตรเครดิตหรืออะไรที่ซับซ้อนกว่านั้น ให้ยอมรับความจริงข้อหนึ่งก่อน ลูกค้าไทยส่วนใหญ่จ่ายเงินด้วยสองวิธี คือโอนผ่านแอปธนาคารแล้วส่งสลิปมาให้ดู กับเก็บเงินปลายทาง
ลูกค้าเปิดแอปธนาคาร โอนเข้าเลขบัญชีหรือพร้อมเพย์ของคุณ แคปหน้าจอ แล้วส่งรูปมาในไลน์ พร้อมข้อความว่า "โอนแล้วนะคะ"
สิ่งที่คนทำผิดกันเยอะที่สุดคือถือว่ารูปสลิปเท่ากับเงินเข้า มันไม่เท่า
สลิปคือคำกล่าวอ้าง ไม่ใช่ใบเสร็จ มันคือรูปภาพที่ลูกค้าส่งมาบอกคุณว่าเขาโอนแล้ว รูปภาพถูกแก้ได้ ถูกส่งซ้ำจากออเดอร์เก่าได้ ถูกสร้างขึ้นมาใหม่ทั้งใบก็ยังได้ คนเดียวที่บอกคุณได้ว่าเงินเข้าจริงคือธนาคารของคุณ ไม่ใช่ลูกค้า และไม่ใช่ระบบหน้าร้านของใครทั้งนั้น
วิธีที่ใช้ได้จริงคือเปิดแจ้งเตือนเงินเข้าในแอปธนาคาร แล้วยึดหน้าจอแอปธนาคารเป็นความจริงเสมอ สลิปเอาไว้ใช้จับคู่ว่ายอดนี้เป็นของออเดอร์ไหน ไม่ใช่เอาไว้ยืนยันว่าเงินเข้า รายละเอียดว่าดูสลิปยังไง จับคู่ยอดยังไง และควรพูดยังไงตอนที่ยอดไม่ตรง อยู่ในวิธีรับเงินโอนและอ่านสลิปให้เป็น
ลูกค้าไม่ต้องจ่ายอะไรตอนสั่ง ขนส่งไปเก็บเงินสดที่หน้าบ้านตอนส่งของ แล้วโอนคืนเข้าบัญชีคุณทีหลัง
ข้อดีชัดมาก ลูกค้าที่ไม่เคยซื้อจากคุณกล้าสั่งขึ้นเยอะ เพราะเขาไม่ต้องเสี่ยงจ่ายเงินให้คนแปลกหน้าก่อน
ข้อเสียก็ชัดพอกัน คุณเป็นคนออกทุนไปก่อน ทั้งค่าของ ค่ากล่อง และค่าส่งขาไป ถ้าลูกค้าไม่รับของ ของตีกลับ คุณจ่ายค่าส่งสองขาโดยไม่ได้ยอดเลย ค่าบริการเก็บเงินปลายทางคิดเป็นเปอร์เซ็นต์ของยอดที่เก็บและมักมีขั้นต่ำ ตัวเลขต่างกันตามขนส่งและเปลี่ยนได้ ให้เช็คเรตล่าสุดจากขนส่งที่คุณใช้ อย่าเชื่อตัวเลขในโพสต์เก่าในกลุ่ม รายละเอียดเรื่องคุมยอดตีกลับและวิธีคิดว่าจะรับปลายทางไหม อยู่ในคู่มือเก็บเงินปลายทางสำหรับแม่ค้าออนไลน์
ถ้าลูกค้าคุณเป็นคนไทยทั่วไปที่ซื้อของชิ้นละสองสามร้อย เขาไม่ได้รอปุ่มบัตรอยู่ เขารอเลขบัญชี
บัตรจำเป็นจริงเมื่อคุณขายให้ลูกค้าต่างประเทศ หรือขายของราคาสูงพอที่คนไม่อยากโอนก้อนใหญ่ให้ร้านที่เพิ่งเจอ ถ้ายังไม่ใช่ทั้งสองอย่าง อย่าเพิ่งเสียเวลากับมัน
นี่คือรูปแบบที่ต่างจากตลาดอื่นชัดที่สุด และเป็นเหตุผลที่คำแนะนำการขายออนไลน์ที่แปลมาจากภาษาอังกฤษมักใช้กับไทยไม่ค่อยได้
คนไทยเจอร้านใหม่จากเฟซบุ๊ก จากกลุ่มซื้อขายในจังหวัด จากที่เพื่อนแชร์ จากไลฟ์ที่เลื่อนผ่าน จากติ๊กต๊อก ส่วนตอนตกลงกันจริง ถามเรื่องไซซ์ ต่อราคา ส่งที่อยู่ ส่งสลิป ตามของ ทั้งหมดนั้นเกิดในไลน์
แปลว่าร้านคุณต้องมีสองที่เสมอ ที่หนึ่งคือที่ที่คนเจอ ที่สองคือที่ที่คุณคุยกับเขา และตรงกลางระหว่างสองที่นั้นคือช่องว่างที่ออเดอร์หายบ่อยที่สุด
ช่องว่างนั้นแก้ด้วยลิงก์เดียวที่พาไปที่ที่ราคาอยู่ครบ พอลูกค้าเห็นราคาแล้วยังอยากได้ เขาถึงค่อยแอดไลน์มา แบบนี้คนที่ทักมาคือคนที่รู้ราคาแล้ว ซึ่งเป็นคนละกลุ่มกับคนที่ทักมาถามราคาแล้วหายไป ลิงก์เดียวนั้นควรวางไว้ในไบโอเฟซบุ๊ก ไบโออินสตาแกรม ไบโอติ๊กต๊อก และในคอมเมนต์แรกของโพสต์ที่ลงในกลุ่ม
ข้อควรระวังเรื่องไลน์ที่ควรรู้ไว้ตั้งแต่ต้น ไลน์เก่งเรื่องความสัมพันธ์ แต่แย่มากเรื่องความจำ ลูกค้าห้าสิบคนคือห้าสิบห้องแชท และ "เอาเหมือนเดิมนะ" ของแต่ละคนไม่เหมือนกัน วิธีทำงานกับไลน์โดยไม่ให้ออเดอร์หลุด อยู่ในการขายผ่านไลน์โดยไม่ให้ออเดอร์หายในแชท
อีเมลฉบับเดียวเรื่องการตั้งราคา ภาพถ่าย การจัดส่ง และการรับเงิน ไม่มีโฆษณา ไม่มีน้ำ
ถ้าคุณขายเสื้อผ้า ของมือสอง เครื่องประดับ หรืออะไรที่คนอยากเห็นของจริงก่อนตัดสินใจ ไลฟ์เฟซบุ๊กเป็นช่องทางที่ทำยอดได้จริงในไทย และมันมีจังหวะของมันเอง
ระบบที่ใช้กันคือ CF คนดูพิมพ์ CF ตามด้วยรหัสของในคอมเมนต์เพื่อจอง ใครพิมพ์ก่อนได้ก่อน คุณอ่านออกเสียงว่าใครได้ แอดมินจดไว้ พอปิดไลฟ์ค่อยสรุปยอดแล้วทักไปเก็บเงินทีละคน
จุดที่พังคือหลังปิดไลฟ์ ไม่ใช่ระหว่างไลฟ์ คุณมีคอมเมนต์ CF อยู่เก้าสิบอัน มีคนจองซ้ำตัวเดียวกันสามคน มีคนที่จองแล้วเงียบ และคุณต้องแยกให้ออกว่าใครโอนแล้วบ้างภายในคืนนั้น เพราะพรุ่งนี้จะมีไลฟ์รอบใหม่ทับเข้ามาอีก วิธีคุมรอบไลฟ์ให้ปิดยอดได้จริง อยู่ในการไลฟ์ขายของในเฟซบุ๊ก
ในไทยคุณมีตัวเลือกขนส่งเยอะกว่าตลาดอื่นมาก และแต่ละเจ้าเก่งคนละอย่าง
| สิ่งที่คุณต้องการ | สิ่งที่ควรเทียบ |
|---|---|
| ส่งเยอะทุกวัน ไม่อยากออกจากบ้าน | เจ้าที่เข้ารับถึงที่ และรับได้ตั้งแต่วันละไม่กี่ชิ้น |
| ส่งวันละสองสามชิ้น | จุดดรอปที่ใกล้บ้านและเปิดตรงกับเวลาที่คุณว่าง |
| ส่งไปอำเภอเล็ก เกาะ หรือพื้นที่ห่างไกล | ความครอบคลุมของเครือข่าย ไม่ใช่ราคาต่อชิ้น |
| ของแตกง่าย ของหนัก ของยาว | เงื่อนไขขนาด น้ำหนักปริมาตร และการรับประกันความเสียหาย |
ราคาค่าส่งคิดจากน้ำหนักหรือขนาดกล่อง แล้วแต่ว่าอันไหนคิดออกมาแพงกว่า บวกกับปลายทางว่าอยู่โซนไหน ตัวเลขจริงเปลี่ยนตามช่วงและตามปริมาณที่คุณส่ง ให้เอาขนาดกล่องจริงกับปลายทางจริงไปเช็คเรตกับขนส่งเอง อย่าเอาตัวเลขจากบทความไหนไปตั้งราคา รวมถึงบทความนี้
สิ่งที่คนพลาดกันมากที่สุดไม่ใช่การเลือกเจ้าผิด แต่คือการตั้งค่าส่งเป็นเรตเดียวทั้งประเทศแล้วลืมว่าของชิ้นใหญ่ไปภาคใต้มันคนละราคากับของชิ้นเล็กในกรุงเทพ วิธีคิดค่าส่งให้ไม่ขาดทุนอยู่ในการคิดค่าส่งให้ไม่กินกำไร
Sailo คือหน้าร้านที่อยู่ปลายลิงก์เดียว ที่อยู่หน้าตาแบบ sailo.store/ชื่อคุณ ใช้ได้ทันทีตั้งแต่สมัคร คุณเอาของขึ้น ใส่ราคา ใส่ตัวเลือก แล้วเอาลิงก์ไปแปะในไบโอเฟซบุ๊ก อินสตาแกรม ติ๊กต๊อก หรือส่งในแชท
ช่องทางรับออเดอร์ที่ Sailo มีจริง มีทั้งหมดแปดแบบ คือบัตร WhatsApp Telegram Instagram อีเมล โทรศัพท์ โอนเงินธนาคาร และเก็บเงินปลายทาง
รายชื่อนั้นคือรายชื่อทั้งหมด ไม่มีอย่างอื่น
ไม่มีไลน์ และนี่คือข้อจำกัดที่ตรงกับคนไทยที่สุดในบรรดาทั้งหมด ถ้าคุณปิดการขายในไลน์เป็นหลัก คุณจะใช้ช่องทางโทรศัพท์ให้ลูกค้าเห็นเบอร์ แล้วบอกในช่องคำแนะนำว่าให้แอดไลน์ไอดีนี้ หรือใช้ช่องโอนเงินแล้วเขียนวิธีติดต่อลงไปในช่องคำแนะนำ จากนั้นคุณคุยกับลูกค้าในไลน์เอง Sailo ไม่ได้ยิงออเดอร์เข้าไลน์ให้ และไม่มีปุ่มแอดไลน์แบบสำเร็จรูป ถ้ามันไม่อยู่ในรายชื่อแปดแบบข้างบน แปลว่ามันไม่มี
ไม่มีพร้อมเพย์ ไม่มีทรูมันนี่ ไม่มีวอลเล็ตไทยเจ้าไหน เป็นช่องทางในระบบ ช่องโอนเงินธนาคารมีฟิลด์ให้กรอกชื่อธนาคาร ชื่อบัญชี เลขบัญชี IBAN SWIFT/BIC และช่องคำแนะนำแบบพิมพ์เองได้ พร้อมเพย์ของคุณไปอยู่ในช่องคำแนะนำนั้น แล้วคุณเป็นคนเช็คเองว่าเงินเข้าหรือยัง นั่นคือทางเลี่ยงที่ใช้ได้ ไม่ใช่ฟีเจอร์ที่ระบบรองรับ ความต่างอยู่ตรงที่ไม่มีใครยืนยันการจ่ายเงินให้คุณ คุณเปิดแอปธนาคารดูเอง ทุกครั้ง
ช่องเก็บเงินปลายทางก็เหมือนกัน มันคือช่องหมายเหตุการจัดส่งแบบพิมพ์เอง ไม่ได้เชื่อมกับระบบเก็บเงินของขนส่งเจ้าไหน
เรื่องราคา แผนฟรีคือ 0 ดอลลาร์ ลงสินค้าได้ 10 ชิ้น ดูสถิติย้อนหลัง 7 วัน ใช้ช่องทางแชทและช่องทางจ่ายเงินแบบแมนนวลได้ทั้งหมด รวมถึงปุ่มบัตรที่ 3% แผน Pro อยู่ที่ 19 ดอลลาร์ต่อเดือน หรือ 180 ดอลลาร์ต่อปี ได้ 100 สินค้า สถิติย้อนหลังหนึ่งปี ไม่มีตรา Sailo บนหน้าร้าน และส่งออกข้อมูลเป็น CSV ได้ แผน Business อยู่ที่ 49 ดอลลาร์ต่อเดือน หรือ 468 ดอลลาร์ต่อปี ลงสินค้าได้ไม่จำกัด สถิติสามปี มีคูปอง มีระบบแนะนำต่อ และมีปุ่มบัตร
ค่าธรรมเนียมของ Sailo มีที่เดียว คือช่องทางบัตร คิด 1–3% ของค่าสินค้าหลังหักส่วนลด ไม่รวมค่าส่งและภาษี เงินเข้าบัญชี Stripe ของคุณเอง Sailo ไม่เคยถือเงินคุณ ส่วนออเดอร์ที่มาทางโอน ปลายทาง แชท อีเมล หรือโทรศัพท์ Sailo ไม่เก็บอะไรเลย เพราะไม่ได้แตะเงินก้อนนั้นตั้งแต่แรก
รีวิวสินค้ามีทุกแผน ลูกค้าใส่ชื่อ ให้ดาว 1 ถึง 5 และเขียนข้อความได้ แต่ไม่มีอะไรขึ้นหน้าร้านจนกว่าคุณจะกดอนุมัติ หน้าร้านรองรับ 35 ภาษา
ปุ่มบัตรของ Sailo วิ่งบน Stripe อย่างเดียว ไม่มีตัวเลือกอื่น
เราเปิดดูรายชื่อประเทศที่ Stripe รองรับที่ stripe.com/global เมื่อวันที่ 6 สิงหาคม 2026 ประเทศไทยไม่อยู่ในรายชื่อที่เราตรวจสอบ แปลว่าปุ่มบัตรอาจเปิดใช้ไม่ได้เลย ต่อให้คุณจ่ายค่าแผน Business ก็ตาม
รายชื่อนั้นเปลี่ยนได้ตลอด ถ้าคุณกำลังจะจ่ายรายปี 468 ดอลลาร์เพราะอยากได้ปุ่มบัตร ให้เปิด stripe.com/global เช็คด้วยตาตัวเองก่อน แล้วลองเปิดบัญชี Stripe ดูก่อนจ่ายค่าแผน ถ้าเปิดไม่ได้ อย่าจ่าย
ในทางปฏิบัติสำหรับคนขายในไทยตอนนี้ แปลว่าเงินเข้าคุณทางโอนกับปลายทางเป็นหลัก ซึ่งเป็นสองทางที่ลูกค้าไทยใช้อยู่แล้ว ไม่ได้แย่ แต่มันแปลว่าคุณเป็นคนยืนยันการจ่ายเงินเองทุกออเดอร์ ไม่มีระบบไหนทำแทน
กลับมาที่ใหม่กับเดรสตัวละ 390 นี่คือสิ่งที่เธอทำในเจ็ดวันแรก และลำดับมันสำคัญ
วันที่หนึ่ง ถ่ายรูปของ 12 ตัวที่มีอยู่จริง ใกล้หน้าต่าง ไม่เปิดไฟเพดาน ตัวละสามรูป ตัวเต็ม รายละเอียดผ้า และจุดตำหนิถ้ามี ของมือสองที่ไม่ถ่ายตำหนิคือของที่จะโดนขอคืน
วันที่สอง เอาขึ้นหน้าร้าน ใส่ราคา ใส่ไซซ์จริงเป็นนิ้ว ไม่ใช่ S M L เพราะเดรสมือสองไซซ์ไม่มาตรฐาน ใส่ค่าส่งเป็นเรตเดียวไปก่อน แล้วเขียนไว้ว่าซื้อสองตัวขึ้นไปส่งฟรี
วันที่สาม ตั้งช่องทางจ่ายเงินสองทาง โอนกับปลายทาง ในช่องคำแนะนำการโอนเธอเขียนพร้อมเพย์ ชื่อบัญชี และประโยคเดียวว่า "โอนแล้วส่งสลิปมาทางไลน์ไอดีนี้ได้เลยค่ะ ยืนยันภายในวันเดียวกัน"
วันที่สี่ โพสต์ในเฟซบุ๊กและกลุ่มซื้อขายในเชียงใหม่ รูปสามใบ ราคาอยู่ในแคปชั่น ลิงก์ร้านอยู่ในคอมเมนต์แรกและในไบโอ
วันที่ห้าถึงเจ็ด ตอบแชท แพ็กของ ส่งของ และจดสามอย่างต่อออเดอร์ในสเปรดชีตเดียว คือยอด ช่องทางจ่าย และเลขพัสดุ
เดือนแรกเธอได้ 11 ออเดอร์ ยอดรวมประมาณ 4,600 บาท หักค่าของ ค่ากล่อง ค่าส่ง เหลือไม่เยอะ แต่สิ่งที่ได้จริงคือรู้ว่าเดรสแนวไหนขายออก และรู้ว่าลูกค้าถามอะไรซ้ำ ๆ ซึ่งกลายเป็นคำอธิบายสินค้าในเดือนถัดไป
เรื่องที่เธอทำถูกโดยบังเอิญแล้วมารู้ทีหลังว่าสำคัญมาก ตอนแพ็กของ เธอถ่ายรูปหน้ากล่องที่มีทั้งชื่อผู้รับและเลขพัสดุอยู่ในเฟรมเดียวกัน ไม่ใช่แยกสองรูป วันที่ลูกค้าบอกว่าไม่ได้ของ รูปเดียวที่จบเรื่องได้ภายในห้านาทีคือรูปที่มีสองอย่างนั้นอยู่ด้วยกัน ถ้าแยกกันสองรูป คุณจะพิสูจน์ไม่ได้ว่าเลขนี้เป็นของกล่องนี้
รายการนี้ยาวกว่ารายการที่ต้องทำ และนั่นคือประเด็น
เรื่องภาษีและการจดทะเบียนธุรกิจ อย่าเชื่อโพสต์ในกลุ่มเฟซบุ๊ก เกณฑ์มันขึ้นกับรูปแบบและรายได้ของคุณ และเปลี่ยนได้ ให้ถามกรมสรรพากรหรือคนทำบัญชีที่รับดูให้จริง ก่อนที่จะถึงจุดที่ต้องย้อนกลับไปแก้
เปิดแชทของคุณ เลื่อนขึ้นไปดูสิบข้อความล่าสุดที่ลูกค้าทักมา นับว่ามีกี่ข้อความที่ถามราคาหรือถามค่าส่ง
ทุกข้อความในนั้นคือข้อมูลที่ควรอยู่ในหน้าร้านแล้ว ไม่ใช่ในหัวคุณ
เอาของห้าชิ้นที่ขายดีที่สุด ถ่ายรูปใหม่ริมหน้าต่างในตอนกลางวัน ใส่ราคาจริง ใส่ค่าส่ง แล้วเอาลิงก์ไปวางในไบโอเฟซบุ๊กคืนนี้ พรุ่งนี้ดูว่าคำถามที่ทักเข้ามาเปลี่ยนไปไหม ถ้าคนเริ่มทักมาว่า "เอาตัวนี้ค่ะ" แทนที่จะเป็น "เท่าไหร่คะ" แปลว่าคุณแก้ถูกจุดแล้ว
เขียนโดย
Sailo team
ลิงก์เดียว ร้านทั้งร้านของคุณ
อีเมลฉบับเดียวเรื่องการตั้งราคา ภาพถ่าย การจัดส่ง และการรับเงิน ไม่มีโฆษณา ไม่มีน้ำ
Sailo แค่เพิ่มประตูหน้าร้านให้ — เพื่อให้คนดูสินค้า เปรียบเทียบ และเห็นราคาได้ก่อนจะทักหาคุณ
รับลิงก์ของคุณฟรีในช่วงเบต้า · ไม่ต้องใช้บัตร